เรื่องสั้นที่ 12 เรื่อง ลาสิกขา
วันสำคัญ
เป็นวันที่สามเณรรุ่นแรกชอบพูดกันบ่อยๆ
หลังจากที่บวชเรียนมาแล้วและย่างเข้าปีที่หก
หน้าร้อนนี้ก็เป็นเทอมสุดท้ายแล้วที่สามเณรรุ่นแรกจะสำเร็จการศึกษามัธยมปลายชั้นปีที่หก
เป็นหน้าร้อนที่ทุกคนต่างรอคอย
ใบไม้ที่ร่วงหล่นหลุดออกจากขั้วไปตามกาลเวลา
พร้อมกับลู่ไปตามลมฤดูร้อนปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วอาณาบริเวณลานวัด ซึ่งไม่ต่างอะไรไปกับวิถีชีวิตของคน
เมื่อถึงเวลาอันสมควร ก็รอการเปลี่ยนผันไปตามเส้นทางชีวิต
แห่งอุดมการณ์ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจ
จะต้องศึกษาให้สำเร็จในสาขาวิชาครู อันเป็นแม่พิมพ์ให้กับประเทศชาติ
ในการพัฒนานักเรียน เพื่อที่จะได้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพต่อไป
อันเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสในการสอบชิงทุนการศึกษาขณะที่ยังบวชเป็นสามเณรอยู่
ก่อนที่จะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อที่จะได้เข้าเรียนฟรีในมหาวิทยาลัยครู
ข้าพเจ้าเป็นสามเณรอีกหนึ่งรูปที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนสามเณรห้ารูปที่บวชเรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง
และอีกไม่นานก็จะสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ข้าพเจ้ากับเพื่อน ๆ
เคยคุยกันถึงเรื่องที่เราทุกรูปจบการศึกษา หลังจากที่เรียนจบแล้ว
เพื่อนทุกคนเห็นพร้อมต้องตามกันหมดว่าจะยังบวชเรียนต่อระดับปริญญาตรีในสายของพระภิกษุ
หลักปรัชญาทางพระพุทธศาสนา มีเพียงแต่ข้าพเจ้าคนเดียวเท่านั้น
ที่มีความเห็นและความรู้สึกต่างจากเพื่อนสามเณร
ด้วยฐานะทางทุนทรัพย์ไม่พร้อมจึงต้องได้บวชเรียนอันเป็นหนทางหนึ่งที่ข้าพเจ้าสามารถเดินตามเส้นทางอุดมการณ์ได้
หลังจากที่ข้าพเจ้าเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ก็ได้ติดต่อรับวุฒิการศึกษากับทางโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อยื่นเอกสารไปยังทางมหาวิทยาลัยและทำการลงทะเบียนศึกษาต่อคณะครุศาสตร์
ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องลาสิกขาเพื่อไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยครู
ชะตาชีวิตข้าพเจ้าก็ไม่ต่างอะไรไปกับใบไม้ที่หลุดร่วงออกจากขั้ว ข้าพเจ้าก็เช่นกัน
ที่จะต้องหลุดออกจากร่มผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อเดินตามเส้นทางแห่งอุดมการณ์ของข้าพเจ้าในการสร้างทรัพย์พยากรณ์มนุษย์ในโรงเรียนให้เป็นที่มีความรู้อันจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน
พัฒนาตัวเอง และประเทศชาติเราต่อไป
บ่ายแก่ๆ
ของวันศุกร์ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมดอกไม้ห้าคู่ เทียนห้าคู่ แล้วเข้าหาหลวงพ่อ
พร้อมบอกความประสงค์อุดมการณ์ให้หลวงพ่อทราบ
ที่จริงกะเคยปรึกษากับหลวงพ่อไว้แล้วและท่านก็เข้าใจ ข้าพเจ้าก้มกราบหลวงพ่อ
ท่องลมลาสิกขา แล้วอาราธนาศีลห้า อันเป็นศีลของฆราวาสในการครองเรือน
และผลัดเปลี่ยนจากผ้ากาสาวพัสตร์มาเป็นเสื้อผ้าอย่างฆราวาส เสร็จแล้วก็กราบลาหลวงพ่อเพื่อกลับไปอยู่บ้านครองเรือนและศึกษาเล่าเรียนตามเส้นทางอุดมการณ์ของตน
"จะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพระ
หรือครองเรืองอย่างฆราวาส ก็จงหมั่นสร้างกรรมดีอันเป็นประโยชน์ตนและส่วนรวม
ซึ่งจะนำความสุขมาให้" หลวงพ่อกล่าวสั่งสอนข้าพเจ้าด้วยครับเมตตา
ข้าพเจ้าพนมมือแล้วก้มลงกราบหลวงพ่อด้วยความเคารพ
และลาหลวงพ่อเพื่อเข้าไปสู่เรือน จงกระทำสิ่งอันเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น
เพราะจะนำความสุขมาให้
ตอย
เรืองคำ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น