เรื่องสั้นที่ 6 เรื่อง กิจสงฆ์
ใบไม้ร่วงหล่นไปตามอายุไขตามแนวบริเวณกุฏิ ทับถมกันทีละใบสองใบจนแทบจะมองไม่เห็นดิน ที่พอเห็นก็คงเหลือเพียงร่องที่มองว่าเป็นทางคนเดินได้หนึ่งคนพอดีจากบันใดกุฏิไปถึงศาลาการเปรียญแต่ไม่ถนัดนักเพราะบริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยใบไม้ที่หลุดออกจากต้นร่วงหล่นไปตามกาลเวลาแสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยมีคนปัดกวาดสักเท่าไรนัก
ข้างกุฏิมีมีดเล่มหนึ่งวางอยู่พร้อมกับกะลามะพร้าวถัดออกไปอีกสี่เมตรจอบและเสียมวางทับกันอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนละอุเหมือนมีคนใช้แล้วไม่เก็บให้เรียบร้อย
พระลูกบ้านรูปหนึ่งเพิ่งบวชใหม่ได้ยังไม่ถึงหนึ่งพรรษา แต่ไม่สนในข้อวัตรปฏิบัติ มีนิสัยเกียจค้าน เอาแต่ปฏิบัติตนอย่างฆราวาส ไม่ระลึกถึงกรรมอันจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พระสงฆ์พึงมีสติอยู่ตลอกเวลาว่าการบวชเข้ามาอยู่ในวัดฉันอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวาย ผู้คนกราบไหว้ด้วยความเคารพ แล้วตนไม่มีการฝึกหัดปฏิบัตรในข้อวัตรที่สงฆ์พึงกระทำจะเป็นการสร้างบาปกรรมอันใหญ่หลวง
แสงเทียนพรรษาถูกจุดวาววะวับในศาลาการเปรียญถูกขึ้นก่อนไก่โห่ ทั่วทุกทิศยังเป็นสีดำมืดมัวไม่สามารถมองเห็นอะไรด้วยตาเปล่า ดูลายมือกลางแจ้งยังไม่เห็นเป็นเส้น มองต้นใบไม้ยังไม่รู้ว่าเป็นเป็นใบอ่อนใบแก่ เสียงเหง่งหง่างดังขึ้นทางศาลาสามครั้งจากฝีมือของเณรรูปหนึ่งซึ่งเป็นการบอกสัญญาณว่าได้เวลาทำกิจวัตรของสงฆ์ที่พึงกระทำแล้ว หลวงพ่อและพระลูกวัดอีกห้ารูปค่อย ๆ ทยอยกันเข้าในศาลาแล้วปฏิบัติบำเพ็ญเพียรตามจริตของตนที่ถนัด นั่งสมาธิบ้าง เดินจงกรมบ้าง แล้วนั่งตามอาสนะตามลำดับพรรษาบวช หันหน้าเข้าหาพระพุทธรูป ผู้มีอายุพรรษามากเริ่มนั่งจากทางซ้ายเรียงมาทางขวาจนรูปสุดท้ายที่มีพรรษาบวชน้อยสุดจนถึงสามเณร ก่อนถึงเวลาทำวัตรสวดมนต์ยามฟ้าสางแล้วภิกษุ สามเณรนั่งประจำที่ของตนด้วยอาการอันสงบและหลวงพ่อให้สัญญาณถึงเวลาทำทำวัตรสวดมนเช้า
"โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ" เสียงหลวงพ่อเจ้าอาวาสนำทำวัตรสวดมนต์ดังขึ้น พระลูกวัดรวมทั้งสามเณรพร้อมกันสวดตามที่ทำเป็นประจำ จนถึงบทสุดท้าย หลังจากทำวัตรสวดมนต์เสร็จ หลวงพ่อไม่เห็นพระใหม่เลยสงสัย
"พระใหม่อยู่ไหนหรือท่าน" หลวงพ่อเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้เจาะจงว่าถามใคร
"สงสัยยังไม่ตื่นเช่นเดิมแหละครับหลวงพ่อ" พระลูกวัดรูปหนึ่งให้ความกระจ่างกับหลวงพ่อ
"เอาหละครับ แยกย้ายเตรียมตัวออกบิณฑบาตรกันนะครับ" หลวงพ่อหลังจากกระจ่างจากความสงสัยแล้วก็ได้บอกให้พระเณรเตรียมตัวออกโปรดสัตว์เช่นเคยตามกิจวัตรของสงฆ์
เมื่อหลวงพ่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็ไม่นิ่งเฉย สงสารพระใหม่ที่จะต้องได้รับวิบากกรรมที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า จึงคิดหาวิธีหนทางที่จะช่วยให้พระใหม่ได้หลุดพ้นจากความเกียจค้านอันเป็นสิ่งที่จะนำความทุกข์มาให้ในภายหลัง เพื่อให้พระใหม่ได้ฝึกปฏิบัติตน ในเมื่อเข้ามาอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้วอันเป็นสิ่งประเสริฐสุดเหนือกว่ามนุษย์อื่นใด
แต่หากปฏิบัติตนหย่อนยานเกินไปก็จะทำให้ได้รับวิบากกรรมอันเป็นความทุกข์กับผู้นั้น หากปฏิบัติดีปฏิบัติงามก็ย่อมส่งผลดี ได้รับกรรมอันดีอันจะนำความสุขมาให้กับผู้ปฏิบัติในภายหน้า
"พระใหม่ พระใหม่" หลวงพ่อเรียกพระใหม่ที่อยู่ในกุฏิทั้งที่ยังไม่ลุกออกจากที่จำวัตร
"ครับผม ใครเรียก" เสียงพระใหม่ขานตอบทั้งที่ยังสะลำสะลือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเรียก เสียงนั้นมาจากที่แห่งหนใด
"หลวงพ่อ ออกมาหาผมหน่อย" หลวงพ่อตอบพระใหม่กลับไป พร้อมบอกให้พระใหม่ออกมาพบ
"หลวงพ่อ" เสียงพระใหม่ทวนคำตอบเบา ๆ แล้วรีบลุกออกจากที่จำวัตรโดยเร็ว
"ท่านเข้ามาอยู่ในวัดในวา อาศัยบิณฑบาตรจากญาติโยมจึงมีชีวิตอยู่รอบ ญาติโยมเขานำมาถวายด้วยของอันประณีตก็หวังบุญกุศลจากพวกเรา ไหนเล่าสิ่งที่ท่านกระทำตอบแทน ไหนเล่าสิ่งอันดีงามที่ส่งผลให้กับเขาเหล่านั้น ทั้งที่เราปฏิบัติตนเช่นนี้ ไม่มีสิ่งดีงามอันไหนเลยจะส่งผลย้อนกลับให้กับเขา เราพึงสำนึกให้อยู่ในกมลสันดานอันเป็นที่สุดของใจว่า ไฟจะไหม้เราในทุกวัน ทุกวัน โดยไม่รู้ตัว หากปฏิบัติตนอย่างหย่อนยานเกินไป ต่อไปนี้หลวงพ่อขอให้พระใหม่ได้ปฏิบัติตนใหม่เสีย เพื่อตัวของท่านเอง จะต้องไม่ได้ไปรับวิบากกรรมอันจะทำให้เกิดความทุกข์ในภายหลัง พึงปฏิบัติกิจของสงฆ์เสีย บำเพ็ญเพียรภาวนาให้จิตขาวสะอาดบริสุทธิ์ ต่อไปนี้ให้ตั้งตนใหม่เสียท่าน พึงปฏิบัติสิ่งอันดีงามที่สงฆ์พึงปฏิบัติอันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว"
"ครับผมหลวงพ่อ" พระใหม่ก้มหน้าฟังหลวงพ่อด้วยอาการอันสงบ แล้วตอบรับปากหลวงพ่อพร้อมกับก้มลงกราบหลวงพ่อด้วยอาการสัมนึกในสิ่งอันดีงามด้วยพระพุทธคุณ พระบริสุทธิคุณ พระเมตตาคุณ ที่หลวงพ่อได้อ้างไว้กับตน
หลวงพ่อเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้กับข้าพเจ้าแล้วหนอ พระพุทธเจ้าประเสริฐสุดแล้วหนอ
พระลูกบ้านรูปหนึ่งเพิ่งบวชใหม่ได้ยังไม่ถึงหนึ่งพรรษา แต่ไม่สนในข้อวัตรปฏิบัติ มีนิสัยเกียจค้าน เอาแต่ปฏิบัติตนอย่างฆราวาส ไม่ระลึกถึงกรรมอันจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พระสงฆ์พึงมีสติอยู่ตลอกเวลาว่าการบวชเข้ามาอยู่ในวัดฉันอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวาย ผู้คนกราบไหว้ด้วยความเคารพ แล้วตนไม่มีการฝึกหัดปฏิบัตรในข้อวัตรที่สงฆ์พึงกระทำจะเป็นการสร้างบาปกรรมอันใหญ่หลวง
แสงเทียนพรรษาถูกจุดวาววะวับในศาลาการเปรียญถูกขึ้นก่อนไก่โห่ ทั่วทุกทิศยังเป็นสีดำมืดมัวไม่สามารถมองเห็นอะไรด้วยตาเปล่า ดูลายมือกลางแจ้งยังไม่เห็นเป็นเส้น มองต้นใบไม้ยังไม่รู้ว่าเป็นเป็นใบอ่อนใบแก่ เสียงเหง่งหง่างดังขึ้นทางศาลาสามครั้งจากฝีมือของเณรรูปหนึ่งซึ่งเป็นการบอกสัญญาณว่าได้เวลาทำกิจวัตรของสงฆ์ที่พึงกระทำแล้ว หลวงพ่อและพระลูกวัดอีกห้ารูปค่อย ๆ ทยอยกันเข้าในศาลาแล้วปฏิบัติบำเพ็ญเพียรตามจริตของตนที่ถนัด นั่งสมาธิบ้าง เดินจงกรมบ้าง แล้วนั่งตามอาสนะตามลำดับพรรษาบวช หันหน้าเข้าหาพระพุทธรูป ผู้มีอายุพรรษามากเริ่มนั่งจากทางซ้ายเรียงมาทางขวาจนรูปสุดท้ายที่มีพรรษาบวชน้อยสุดจนถึงสามเณร ก่อนถึงเวลาทำวัตรสวดมนต์ยามฟ้าสางแล้วภิกษุ สามเณรนั่งประจำที่ของตนด้วยอาการอันสงบและหลวงพ่อให้สัญญาณถึงเวลาทำทำวัตรสวดมนเช้า
"โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ" เสียงหลวงพ่อเจ้าอาวาสนำทำวัตรสวดมนต์ดังขึ้น พระลูกวัดรวมทั้งสามเณรพร้อมกันสวดตามที่ทำเป็นประจำ จนถึงบทสุดท้าย หลังจากทำวัตรสวดมนต์เสร็จ หลวงพ่อไม่เห็นพระใหม่เลยสงสัย
"พระใหม่อยู่ไหนหรือท่าน" หลวงพ่อเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้เจาะจงว่าถามใคร
"สงสัยยังไม่ตื่นเช่นเดิมแหละครับหลวงพ่อ" พระลูกวัดรูปหนึ่งให้ความกระจ่างกับหลวงพ่อ
"เอาหละครับ แยกย้ายเตรียมตัวออกบิณฑบาตรกันนะครับ" หลวงพ่อหลังจากกระจ่างจากความสงสัยแล้วก็ได้บอกให้พระเณรเตรียมตัวออกโปรดสัตว์เช่นเคยตามกิจวัตรของสงฆ์
เมื่อหลวงพ่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็ไม่นิ่งเฉย สงสารพระใหม่ที่จะต้องได้รับวิบากกรรมที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า จึงคิดหาวิธีหนทางที่จะช่วยให้พระใหม่ได้หลุดพ้นจากความเกียจค้านอันเป็นสิ่งที่จะนำความทุกข์มาให้ในภายหลัง เพื่อให้พระใหม่ได้ฝึกปฏิบัติตน ในเมื่อเข้ามาอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์แล้วอันเป็นสิ่งประเสริฐสุดเหนือกว่ามนุษย์อื่นใด
แต่หากปฏิบัติตนหย่อนยานเกินไปก็จะทำให้ได้รับวิบากกรรมอันเป็นความทุกข์กับผู้นั้น หากปฏิบัติดีปฏิบัติงามก็ย่อมส่งผลดี ได้รับกรรมอันดีอันจะนำความสุขมาให้กับผู้ปฏิบัติในภายหน้า
"พระใหม่ พระใหม่" หลวงพ่อเรียกพระใหม่ที่อยู่ในกุฏิทั้งที่ยังไม่ลุกออกจากที่จำวัตร
"ครับผม ใครเรียก" เสียงพระใหม่ขานตอบทั้งที่ยังสะลำสะลือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเรียก เสียงนั้นมาจากที่แห่งหนใด
"หลวงพ่อ ออกมาหาผมหน่อย" หลวงพ่อตอบพระใหม่กลับไป พร้อมบอกให้พระใหม่ออกมาพบ
"หลวงพ่อ" เสียงพระใหม่ทวนคำตอบเบา ๆ แล้วรีบลุกออกจากที่จำวัตรโดยเร็ว
"ท่านเข้ามาอยู่ในวัดในวา อาศัยบิณฑบาตรจากญาติโยมจึงมีชีวิตอยู่รอบ ญาติโยมเขานำมาถวายด้วยของอันประณีตก็หวังบุญกุศลจากพวกเรา ไหนเล่าสิ่งที่ท่านกระทำตอบแทน ไหนเล่าสิ่งอันดีงามที่ส่งผลให้กับเขาเหล่านั้น ทั้งที่เราปฏิบัติตนเช่นนี้ ไม่มีสิ่งดีงามอันไหนเลยจะส่งผลย้อนกลับให้กับเขา เราพึงสำนึกให้อยู่ในกมลสันดานอันเป็นที่สุดของใจว่า ไฟจะไหม้เราในทุกวัน ทุกวัน โดยไม่รู้ตัว หากปฏิบัติตนอย่างหย่อนยานเกินไป ต่อไปนี้หลวงพ่อขอให้พระใหม่ได้ปฏิบัติตนใหม่เสีย เพื่อตัวของท่านเอง จะต้องไม่ได้ไปรับวิบากกรรมอันจะทำให้เกิดความทุกข์ในภายหลัง พึงปฏิบัติกิจของสงฆ์เสีย บำเพ็ญเพียรภาวนาให้จิตขาวสะอาดบริสุทธิ์ ต่อไปนี้ให้ตั้งตนใหม่เสียท่าน พึงปฏิบัติสิ่งอันดีงามที่สงฆ์พึงปฏิบัติอันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว"
"ครับผมหลวงพ่อ" พระใหม่ก้มหน้าฟังหลวงพ่อด้วยอาการอันสงบ แล้วตอบรับปากหลวงพ่อพร้อมกับก้มลงกราบหลวงพ่อด้วยอาการสัมนึกในสิ่งอันดีงามด้วยพระพุทธคุณ พระบริสุทธิคุณ พระเมตตาคุณ ที่หลวงพ่อได้อ้างไว้กับตน
หลวงพ่อเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้กับข้าพเจ้าแล้วหนอ พระพุทธเจ้าประเสริฐสุดแล้วหนอ
ตอย เรืองคำ





