
ชื่อหนังสือ เณร
เรื่องสั้นที่ 4 เรื่อง บวชเรียน
เสียงลมครืน ๆ ก่อนฟ้าสาง
ข้างชายคาเรือนไม้ด้านทิศตะวันตกถูกต่อเติมออกมาด้วยไม้แป้นปีกยาวสามเมตร
ตั้งเสาสองต้นด้วยไม้ยูคาฯขนาดเท่าต้นขาผู้ใหญ่สูงสองเมตร มุงด้วยหญ้าคาแห้งอย่างมิดชิด
มีไหขนาดกลางตั้งเรียงรายกันอยู่กับพื้นสามไหซึ่งปิดไว้ด้วยถุงพลาสติกรุ่นหนาแล้วปิดทับด้วยผ้าสีเทาอีกชั้นหนึ่ง
ข้างไหเรียงกันขึ้นเป็นชั้นสูงเท่าหัวเข่าด้วยปลายไม้ยูคาฯแห้งยาวครึ่งศอก เสียงแตกเปรี๊ยะประสะเก็ดไฟปลิวว่อนในอากาศขณะที่มีลมพัดเข้าช่องสี่เหลี่ยมของก้นเตาที่ตั้งอยู่มุมขวาชายคา
ควันสีขาวประทุออกจากรูเล็ก ๆ ท้ายดุ้นฟืน เปลวไฟไหววิบวับออกจากเตาขึ้นโอบก้นหม้อราวกับกำลังเต้นระบำ
ไอร้อนโพยพรุนพุ่งอลวนบนปากหวดก่อนที่จะปลิวหายไปกับอากาศ
ท้องฟ้ามืดสลัวก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีอมชมพูทางทิศตะวันออกแล้วค่อย
ๆ จางหายไป พระอาทิตย์เคลื่อนขยับตัวขึ้นพ้นขอบฟ้าส่งแสงสว่างวันใหม่ให้กับโลก
สุดใจ เด็กชายผิวเข้มผมหยิกค่อย ๆ ลุกออกจากที่นอนเพราะน้องชายที่นอนอยู่อีกมุ้งข้าง
ๆ จะตื่น เขาเก็บมุ้งอย่างงัวเงียแล้วอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะไปโรงเรียนสาย เขาแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนตัวโปรดสีขาวออกไปทางสีเหลืองนิด
ๆ กางเกงสีน้ำตาลซีด ๆ “เสร็จหรือยังลูก” เสียงผู้หญิงเอ่ยถามเขาด้วยความอ่อนโยน
ขณะที่เขากำลังคาดเข็มขัด “ใกล้เสร็จแล้วครับแม่” เขาขานตอบพร้อมมองกลับไปตามเสียงที่ได้ยิน
แม่กำลังกวยข้าวอยู่บนโต๊ะกว้างหนึ่งเมตรยาวหนึ่งเมตรสูงระดับเอวพอดีลองด้วยถุงปุ๋ยเปล่าสีขาวอีกทีไอร้อนจากข้าวนึ่งโชยอลวนเป็นโขมง
พ่อเขาเสียตั้งแต่เขาอยู่ชั้น ป.หก ตอนนั้นน้องชายพึ่งเกิดได้สามเดือน
แม่ปั้นข้าวเป็นวงรีใส่กล่องข้าวที่จักรสานด้วยไม่ไผ่ขนาดกลางสองกล่อง
“เร็วหน่อยเดี๋ยวสายไปสอบไม่ทันนะลูก รีบมาเอาข้าวไปกิน” แม่เร่งพร้อมบอกให้รีบเอาข้าวที่แม่เตรียมไว้ให้ไปกินก่อนที่จะไปสอบวันสุดท้ายไม่ทัน
ขณะที่แม่กำลังปั้นข้าวขนาดเท่ากำปั้นแม่พอดิบพอดี เสร็จแล้วมือซ้ายถือปั้นข้าวเอาไว้
มือขวายื้อไปกำเอาเกลือในไหเล็กที่อยู่มุมขวาบนโต๊ะมาครึ่งกำแล้วโรยใส่ปั้นข้าวทั้งที่ไอร้อนในข้าวยังไม่หมดกะว่ากินแล้วไม่จืดจนเกินไปและไม่เค็มมากไป
สุดใจรับปั้นข้าวโรยเกลือและห่อข้าวเปล่าสำหรับกินตอนเที่ยงกับอาหารกลางวันของโรงเรียนที่แม่เตรียมไว้ให้ใส่กระเป๋าแล้วไหว้แม่ด้วยความเคารพตามปกติทุกวันก่อนไปโรงเรียน
เขาสวมรองเท้าแตะดาวเทียมคู่ยากสีเหลืองที่หลวงพ่อเอาให้ตอนบุญกฐินซึ่งตอนนี้แบนเกือบจะทะลุ
แล้วเดินลัดเลาะตามชายทุ่งไปโรงเรียนเกือบหนึ่งกิโลเมตร ระหว่างทางเขาเปิบข้าวที่แม่ปั้นโรยเกลือให้กินไปตามทางอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดและเลียฝ่ามือเป็นลำดับสุดท้ายก่อนจะแวะลงล้างมือในสระข้างทาง
วันนี้เขาสอบเสร็จวันสุดท้ายแล้วปิดเทอม
ทุก ๆ วันในช่วงปิดเทอมสุดใจจะช่วยแม่ทำงานบ้านและเลี้ยงน้องเพื่อให้แม่ได้ออกไปทำงานรับจ้างบ้างเวลาเพื่อนบ้านวานให้ไปช่วย
วันนี้แม่ไม่ได้ไปทำงานเขารีบทำงานช่วยแม่ให้เสร็จก่อนที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่ประจำในลานวัด
“ขีดเส้นช่วยกัน” เขาบอกเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมีผู้หญิงสามคนผู้ชายอีกสี่คน
ทุกคนต่างพากันอย่างกระตือรือร้นหาไม้ขนาดเทาหัวแม่มือยาวหนึ่งคืบช่วยกันขีดเส้นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
ขีดเส้นกึ่งกลางด้านยาวหนึ่งเส้นแล้วขีดด้านกว้างอีกสามเส้นให้เป็นตารางโดยแบ่งให้เท่ากันจะได้ตารางแปดช่อง
ตารางทุกช่องยาวประมาณเมตรครึ่งกว้างเมตรครึ่งพอดิบพอดี แล้วแบ่งทีมกันฝั่งละสี่คนเล่นเตยอย่างสนุกสนาน
ทุกคนต่างมีเหงื่อโซมไปทั้งตัว “แม่” สุดใจเหลือบตามองไปเห็นแม่พอดีแล้ววิ่งไปหาแม่ที่กุฏิหลวงพ่อเพื่อน
ๆ ก็วิ่งตามไปด้วย ข้าวสารอยู่ในถังสังฆทานครึ่งถังตั้งข้าง ๆ แม่ และข้าวแห้งที่หลวงพ่อตากแดดไว้ให้เป็นอาหารของไก่ในเวลาฉันไม่หมดครึ่งถังอยู่อีกถังหนึ่งติดกัน
ข้าวเราหมดอีกแล้วเหรอครับแม่ “จะลูก” แม่ตอบเขาด้วยเสียงแผ่ว ๆ
“เรียนจบ ป.หก
แล้วเหรอสุดใจ” หลวงพ่อถามตัดบทสองแม่ลูก “ครับหลวงพ่อ” เขาประณมมือแล้วกล่าวตอบคำถามหลวงพ่อ
“อยากเรียนต่อมัธยมไหมล่ะ” หลวงถามต่อ “อยากเรียนครับหลวงพ่อ แต่ต้องถามแม่ก่อน”
เขาตอบหลวงพ่อด้วยความลังเลพร้อมกับมองไปหาแม่ “เรียนต่อต้องใช้เงินเยอะหน่อยนะเพราะต้องจ่ายค่าเทอมและซื้ออุปกรณ์การเรียน”
หลวงพ่ออธิบายรายการค่ายใช้จ่ายให้ฟัง “งั้นถ้าอยากเรียนจริง ๆ
บวชเรียนกับหลวงพ่อไหม ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์และไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย
ถ้าบวชพ่อแม่ก็จะได้บุญกุศลด้วย แม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนักคนเดียวทั้งหาเงินส่งเราเรียนทั้งเลี้ยงน้อง”
หลวงพ่อชวนสุดใจบวชเรียนพร้อมอธิบายให้เหตุผลต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้แม่ของเขากลุ้มใจมากและได้ปรึกษากับหลวงพ่อก่อนแล้ว
เขาหันไปมองแม่แล้วก้มหน้าคุ่นคิดถึงพ่อที่เสียไปสักพักก็ตอบหลวงพ่อว่าจะบวช
สีหน้าของแม่ก็ค่อยสบายใจอย่างเห็นได้ชัด “ใครอยากบวชเรียนด้วยกันกับสุดใจให้ไปบอกพ่อกับแม่นะ”
หลวงพ่อมองไปหาเพื่อนผู้ชายของสุดใจ แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ก่อนเปิดเทอมสุดใจกับเพื่อนผู้ชายอีกสองคนได้บวชเรียนด้วยกัน
พ่อแม่และญาติ ๆ ของเด็กทั้งสามต่างปีติยินดี
ตอย เรืองคำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น